วงดนตรีที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เป็นแนว Synth-pop (ซินธ์ป๊อป) จากประเทศอังกฤษ Years&Years นั่นเอง เมื่อต้นปีมีประกาศทัวร์คอนเสิร์ตที่ไทย แต่ก็มีเหตุให้ยกเลิกไป เราเสียใจมากๆ เพราะเป็นแฟนคลับ ตามมาตั้งแต่ปี 2014 เลย แต่ไม่เป็นไร เขาไม่มาเราก็ไปหาเขาแทนสิ แต่ก่อนอื่นขอพาไปทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า

All about Years&Years

วงทรีโอประกอบไปด้วย Olly Alexander (ร้องนำ, เปียโน) Mikey Goldsworthy (คีย์บอร์ด, เบส) Emre Türkmen (บีทส์, กีต้าร์, laptop, synthesizers) เยียร์สแอนด์เยียร์สเดบิวต์ด้วยอัลบั้ม Communion ในปี 2015 ภายใต้ค่าย Polydor ค่ายเดียวกับ LANY แต่ก่อนหน้านั้นหลังจากที่ฟอร์มวงได้ตอนปี 2010 ก็มีการปล่อยเพลงแรกออกมา I wish I know ตอนที่อยู่ค่าย Good Bait ในปี 2012 ซึ่งตอนนั้นเป็นวงที่เล่นดนตรีทั้งหมด 5 ชิ้น แต่ปีถัดมาก็ได้เซ็นสัญญากับค่าย Kitsune จากฝรั่งเศส ก็เหลือเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น คือสมาชิกปัจจุบัน และปล่อยเพลง Traps เพลงที่สองของวง และกุมภาพันธ์ 2014 เพลงที่สาม Real ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับมิวสิควิดีโอ มี Ben Wishaw ซึ่งเป็นนักแสดงร่วมกับออลลี่จากเรื่อง Peter and Alice และ Nathan Stewart-Jarrett นักแสดงชายจาก Misfits มาร่วมแจมในเอ็มวีด้วย แต่ในปีเดียวกันวงก็ได้เซ็นสัญญาใหม่กับค่าย Polydor ซึ่งเป็นค่ายปัจจุบันนั่นเอง

หลังจากย้ายค่ายก็ปล่อยเพลง Take Shelter ซึ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 บน iTunes UK Singles Electronic Chart ตามมาด้วยเพลง Desire ที่อยู่ในอันดับ 22 ของ UK Singles Chart ปี 2015 เพลงที่ฮิตสุดๆอย่าง King ก็ถูกปล่อยออกมา ขึ้นเป็นที่ 1 ของ UK Singles Chart แถมยังติดอันดับต้นๆของชาร์ตเพลงแต่ละประเทศทั่วโลกด้วย หลังจากนั้นก็ได้ปล่อย Communion อัลบั้มเดบิวต์ออกมา และอัลบั้มก็ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของ UK Albums Chart และกลายเป็นอัลบั้มของศิลปินอังกฤษที่ขายได้เร็วที่สุดในปี 2015 อีกด้วย หลังจากนั้นตามมาด้วยเพลง Shine ที่มาพร้อมกับ interactive ad-break ตัวแรกของโลก ฉายผ่านทาง Channel 4 ซึ่งเอ็มวีจริงๆนั้นถูกถ่ายไว้ก่อนแล้ว แต่แคมเปญนี้ต้องการให้แฟนๆได้มีส่วนร่วมในการ Take Control โดยการทวีตแฮชแท็ก #ChooseLight #ChooseShadow หรือ #ChooseDark ซึ่งเป็นเอ็มวีทั้งสามเวอร์ชั่นของเพลงนี้

years&years

ทั้งเพลง King และวงก็ถูกส่งชื่อเข้าร่วมชิงรางวัลต่างๆมากมายในปีนั้น เรียกได้ว่าเป็นเดบิวต์ที่ประสบความสำเร็จมากจริงๆ แต่นอกจากสามเพลงข้างต้นแล้วเราก็อยากแนะนำอีกเพลงที่เราชอบมากๆในอัลบั้มก็คือเพลง Eyes Shut ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายดีเลยแหละ ตัว MV ภาพก็สวย เป็นฉากแบบ post-apocalyptic world และในปีเดียวกันวงก็มี UK headline tour ซึ่งงานใหญ่ที่สุดจัดขึ้นที่ Wembley Arena ตั๋วขายหมดเกลี้ยงแถมโชว์ยังมีสาว MØ มาร่วมแจมด้วย และอัลบั้มนี้ก็สิ้นสุดการทัวร์ด้วยโชว์สุดท้ายที่งาน Lollapalooza ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สำหรับอัลบั้มล่าสุด Palo Santo เป็นอัลบั้มเต็มที่สองหลังจากที่ห่างหายไปถึงสามปี แถมเอ็มวีที่ปล่อยออกมาของอัลบั้มนี้ก็เป็นเรื่องราวที่ต่อกันด้วย เรื่องราวจะเกี่ยวกับโลกอนาคตที่หุ่นแอนดรอยด์ครองโลก มนุษย์ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน แต่ออลลี่ได้ถูกหุ่นยนต์พบเข้าและจับไปเป็นนักแสดงอยู่ที่คาบาเร่ต์ที่มีมนุษย์อีกหลายคนทำงานอยู่ที่นั่น ซึ่งการแสดงนั้นจะมีอยู่แค่ชุดเดียว แสดงซ้ำไปเรื่อยๆให้หุ่นแอนดรอยด์ดู และโชว์นั้นก็ทำให้พวกหุ่นสัมผัสถึงความรู้สึกแบบมนุษย์จริงๆ โดยเรื่องราวเหล่านี้เริ่มต้นด้วยเพลง Sanctify ถัดไปเป็น If You’re Over Me และปิดท้ายด้วย All For You แต่ถ้าอยากเข้าใจเรื่องราวต่างๆให้มากขึ้นก็มีคลิปที่เป็น short movie ให้ดูด้วยเช่นกัน

palo santo

นอกจากอัลบั้มและเพลงของตัวเองแล้ว วงก็มีการ Collab กับศิลปินมากมาย เช่น Jess Glynne ที่ร้องเพลง Come Alive ซึ่งเป็น soundtrack จากภาพยนตร์ The Greatest Showman หรือเพลงจากอัลบั้มล่าสุด Valentino ที่ featuring กับ MNEK แถมเอ็มวีก็น่ารักสุดๆเลยด้วย และถ้าได้ลองไล่ดูไลฟ์ต่างๆจะเห็นได้ว่าทุกคนมีพัฒนาการขึ้นมาโดยเฉพาะออลลี่ที่เสียงมั่นคงมากขึ้น แต่นอกเหนือจากความสามารถแล้วอย่างที่เรารู้กันว่าตัวออลลี่เองนั้นเป็น LGBT มีหลายๆบทสัมภาษณ์ที่พูดถึงเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง และในงาน Glastonbury 2019 ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่วงได้ขึ้นเล่น Main Stage และออลลี่ยังได้พูดถึงสิทธิของ LGBTQ+ ซึ่งกลายเป็นที่ชื่นชมของแฟนๆและสื่อต่างๆอีกมากมาย

ยังไงเราก็ขอฝากศิลปินมากความสามารถอย่าง Years&Years ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ เราอยากให้เขามีแฟนคลับและเป็นที่รักของทุกคนเพื่อที่จะได้มาไทยอีกแบบไม่มียกเลิก ยังไงก็ลองไปฟังเพลงของเขากันและมอบความรักให้กับศิลปินเยอะๆนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.